top of page
image.png

ส่งออก 'ทุเรียน' เสี่ยงสูง จีนตรวจเข้มสารพิษ BY2


ส่งออกทุเรียนไทยเจอปัญหาหนัก จีนตรวจเข้มการใช้สาร BY2 ในการย้อมเปลือกทุเรียน เน้นตรวจแบบลูกต่อลูก ไม่ตรวจแบบสุ่ม แต่ละวันตรวจได้แค่ 20 ตู้คอนเทนเนอร์ ขณะที่มีทุเรียนรอตรวจหน้าด่าน 200-500 ตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อตรวจเจอสาร BY2 ถูกตีกลับต้นทางทันที โดยทุเรียนที่ถูกตีกลับถูกด่านฝั่งไทยห้ามเข้าประเทศเพราะถือเป็นผลไม้ที่มีสารพิษ ผู้ส่งออกไทยหัวหมุน ใกล้ถึงฤดูกาลส่งออกช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ถ้าทางรัฐบาลไทยไม่ยื่นมือเข้ามาบริหารจัดการ ตรวจสอบ เจรจายืนยันกับทางจีนก่อนสิ้นเดือน มี.ค. 68 จะทำให้การส่งออกทุเรียนไทยพังทั้งระบบ แจง...งานนี้ต้องให้ระดับเจ้ากระทรวงทั้งกระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ สำนักนายกรัฐมนตรี ทำงานอย่างบูรณาการร่วมกัน จึงจะมีน้ำหนักสร้างความน่าเชื่อถือให้ทางการจีนได้ดี ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ส่งออกและข้าราชการระดับ ผอ.ดิ้นแก้ปัญหากันตามลำพัง

 

Interview : คุณสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย


สงครามการค้าในยุค โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเริ่มร้อนแรงอีกรอบ เรื่องส่งออกผลไม้ไทยเป็นอย่างไรในช่วงนี้

           

เรายังเป็นผู้ส่งออกให้กับจีน เพราะจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ของไทย ตอนนี้เราก็มองเรื่องทุเรียนที่ขณะนี้กำลังวุ่นๆ อยู่ ซึ่งไปตรวจเจอ ก่อนหน้านี้พูดเรื่องแคดเมียม คือไปตรวจเจอแคดเมียมในเนื้อทุเรียน ซึ่งแต่ละประเทศจะมีมาตรฐานแคดเมียมที่ต่างกัน ส่วนจีนค่อนข้างกำหนดค่าที่ต่ำมาก 0.05 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมเลย แต่สากล WHO กำหนดที่ 0.1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ก็เลยต่ำกว่ามาตรฐาน เลยวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง

           

อย่างไรก็ตาม ทางราชการไทยทุกวันนี้ได้มีการตรวจตัวอย่างทุเรียนกว่า 1,400 ตัวอย่างที่เราส่งออกไป ปรากฏว่าเจออยู่เคสเดียวที่มันเกิน และเกินในปริมาณที่น้อย ตรงนี้คือประเด็นเริ่มต้น

           

พอมาช่วงนี้ก็มาพูดถึง BY2 หรือ สี Basis Yellow Two เรียกง่ายๆ ว่าสีย้อมผ้า หรือสีที่ใช้ย้อมในอุตสาหกรรม เขาบอกว่าเขาตรวจเจอ ดังนั้น เราก็มามองว่าทำไมถึงตรวจเจอ

           

ที่ผ่านมาสมัยก่อนแต่นานมากแล้ว คือเราใช้ขมิ้นซึ่งเป็นสารสีเหลืองเหมือนกัน แต่ไม่ได้มีการใส่สี แล้วก็มาจุ่มมาทา เพราะสมัยก่อนสัก 20 ปีที่แล้วเรื่องสารที่จะใช้ป้องกันเชื้อราในทุเรียนก็ยังไม่พัฒนา ต้องใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านคือใช้ขมิ้นมาจุ่มเพื่อป้องกันเชื้อรา ขณะที่ระยะหลังก็มาใช้สีผสมกับขมิ้น คือสีกินได้ให้มันดูสีสวย

           

ขณะที่ระยะหลัง พวกจีนพวกเวียดนามเข้ามา ก็เริ่มทำให้สีสวยขึ้น ก็คือใช้สีย้อมผ้ามาย้อมทุเรียนเลย ทำให้ทั้งเงาทั้งสีสวย ก็ขายดี ก็เป็นแฟชั่น ทุกคนก็มาใช้ ซึ่งที่ล้ง 70-80% ก็ใช้ตัวนี้ แต่ใช้เฉพาะส่งออกไปจีน ส่วนที่ส่งออกไปสิงคโปร์ ฮ่องกง เขาห้ามใช้ เราก็ไม่มีใครกล้าใช้ ในเมืองไทยก็ไม่มีใครใช้ เพราะไม่มีความจำเป็น ไม่มีการแข่งขันในเรื่องความสวย จีนก็เลยประกาศว่าเจอสาร BY2

           

ทีนี้การประกาศทำให้วุ่นวายไปหมดเพราะทางจีนมีการประชุมกับทางกรมวิชาการไทยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 และ 9 มกราคมจีนเริ่มประกาศ ส่วนวันที่ 10 มกราคม จีนใช้มาตรการนี้เลย ซึ่งไม่มีใครทำกัน คุณประชุมวันที่ 8 วันที่ 9 ประกาศ และวันที่ 10 ใช้ทันที ก็วุ่นวายเลย เพราะของวิ่งอยู่บนถนนกำลังเดินทาง ก็เจอปัญหา

 

เตรียมตัวกันไม่ทัน

           

ขณะที่ไทยเราเอง ก็เตรียมไม่ทันเหมือนกัน เพราะจู่ๆ ก็ประกาศ พ่อค้าก็ยังงงๆ เหมือนกัน มันคืออะไร เราก็ใช้เวลาปรับตัว ขณะที่เขาเองก็บังคับเลย จะต้องมีใบรับรองว่าปลอดสาร BY2 ขณะที่ไทยเราก็ยังไม่เคยมีการตรวจแบบนี้เลย ก็ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งเลยว่าจะตรวจอย่างไร ก็ใช้เวลา 7 วันจึงเริ่มตรวจได้ แล้วก็ส่งออกและดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหา แต่จีนประกาศว่าทางเขาก็ไม่ค่อยพร้อม เขาขอเวลาไปถึงหน้าด่าน คือตู้ต้องไปจอดรอที่หน้าด่าน แล้วรอเขาตรวจเสร็จก่อนจึงจะเข้าได้ ทำให้ทุเรียนสุกเลย ก็คือใช้เวลา 3-7 วัน เราก็ไปตามกติกา ไปรอเข้าคิวเก็บตัวอย่าง หลังจากเก็บตัวอย่างก็รอผลออกมา

           

ทั้งนี้ ถ้าผลที่ออกมาไม่ผ่าน จีนก็ตีกลับ และพอตีกลับมา เราก็มาเจอว่ากลับบ้านไม่ได้ เพราะว่า อย.บอกที่กลับไม่ได้เพราะมันเป็นอันตราย พอเรามาตรวจคำว่ามาตรฐานของ BY2 ไทยเรายังไม่ได้ประกาศและยังไม่ได้กำหนดค่าสารว่าเท่าไหร่ พอเราเข้ามากลับไปใช้มาตรฐานจีนไปเลย ซึ่งไทยเราน่าจะมีมาตรฐานของตัวเอง ตรงนี้คือปัญหาแล้วว่าวันนี้เราไม่มีการบูรณาการเลย ฉะนั้นพ่อค้าอยู่ตรงกลาง ส่งไปก็เกือบตาย ขากลับดันมาเจอไม่ให้เข้าบ้านอีก เป็นที่ทำให้เราวุ่นวายหมด ไม่มีบูรณาการ จริงๆ แล้วต้องมีกระทรวงเกษตรและกระทรวงสาธารณสุข ก็คือ อย.กับกรมวิชาการต้องบูรณาการ และคนที่จะสั่งสองกระทรวงนี้ได้ต้องเป็นคนที่เหนือกว่ากระทรวงก็คือสำนักนายกฯ เพราะกระทรวงเองคุยในระดับเดียวกันมันไม่สามารถบูรณาการได้หรอก ก็ต้องขึ้นไปอีกระดับหนึ่งคือสำนักนายกฯ ที่จะมาดูแลเรื่องนี้ หรือมีบอร์ดเฉพาะออกมาดูแลเรื่องนี้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะถ้ามีปัญหาเรื่องการตลาด กระทรวงพาณิชย์ต้องมาบูรณาการร่วมด้วย

 

ต้องรีบดำเนินการเร็วแค่ไหน

           

ตอนนี้ถ้าเราไม่รีบทำเรื่องนี้ ประเทศเราจะวุ่นวาย เป็นปัญหาต่อการส่งออกทั้งหมด เพราะวันนี้ถ้าเราออกไปวันละ 500 ตู้ ต้องรอ 7 วัน เท่ากับว่ามี 3,500 ตู้รออยู่หน้าด่านจีน เราก็ไม่มีตู้ใช้แล้ว และขณะนี้เขาบอกว่า 3-7 วันของออกไปแค่วันหนึ่งแค่ 20 ตู้เอง ถ้าเป็น 200 ตู้ อาจจะเป็นครึ่งเดือนก็ได้ หากจีนเขาทำไม่ทัน

           

ทั้งหมดนี้ตอนนี้เรามีเวลาเหลือน้อยมาก เหลืออยู่ไม่เกินเดือน อีก 20 วัน ถ้าเรายังไม่สามารถทำเรื่องการสุ่มตัวอย่างให้จีนได้เชื่อมั่น แล้วก็เรื่องการสุ่มตัวอย่าง 100% ตอนนี้เราต้องใช้คำว่าจีนใช้การสุ่มตัวอย่าง 100% หมายความว่าทุกตู้ต้องเก็บตัวอย่างมาตรวจหมด และใช้เวลา 3-7 วันที่เขาประกาศ ถ้าเกิดว่าเป็น 200-300 ตู้ 500-1,000 ตู้ ต่อวัน เราจะพังทั้งประเทศเลย เพราะรถเราจะไม่มีใช้แล้ว เพราะของก็ต้องกองไปรอตรวจอยู่ พ่อค้าก็ต้องเลิกค้า ถ้าเรื่องนี้ไม่รีบจัดการ 3 กระทรวง หรือสำนักนายกฯ ออกมานั่งและคอยดูแลมอนิเตอร์เรื่องนี้ให้ดี จากนี้ประมาณ 20 วัน พอปริมาณทุเรียนออกมากกว่า 300 ตู้ต่อวัน ระบบเราจะพังหมดเลย

 

จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันอย่างไร

           

ตอนนี้ถ้าเกิดการสุ่มตัวอย่าง ยังไม่ได้รับการเจรจาหรือผ่อนผันให้เหลือสัก 30% หรือ 20% หมายถึง 100 ตู้ คุณตรวจ 100 ครั้ง หากสุ่มตรวจเหลือ 30% มันก็จะทำให้ทางเราสามารถเข้าไปได้เร็วขึ้น นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุด ส่วนเรื่องต่อมาคือ ระบบในประเทศที่กำลังสุ่มตรวจกันอยู่ในเรื่องมาตรฐานมันต้องได้ เพราะตอนนี้จีนแบนแล็บของเราไป 1 แล็บว่าไม่ได้มาตรฐาน และไม่ให้ตรวจ ไม่ให้รับรองแล้ว ตอนนี้เรื่องชุลมุนหมดตอนนี้ และเราต้องมีมาตรการสอบสวนให้เร็วที่สุด เพื่อให้จีนเห็นว่าเราทำตามนะ เราไม่ได้อยู่เฉย

           

ขณะที่ตอนนี้จีนก็ดูเราอยู่ว่าเราแก้ไขทันหรือไม่ และเราตั้งใจจะแก้ไขหรือไม่ ตอนนี้ถ้าเราส่งไปจีนและยังตรวจพบ BY2 อยู่ เชื่อว่าการไปขอให้ลดปริมาณการสุ่มตรวจลงจาก 100% ให้เหลือ 30% หรือ 20% เขาคงไม่ยอม ซึ่งถ้าเขาไม่ยอม เชื่อว่าปัญหากำลังจะตามมาและใหญ่มาก ทั้งหมดนี้อยู่ที่การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐของไทยที่จะต้องรีบทำ

 

งานนี้ภาครัฐหน่วยงานไหนต้องเป็นเจ้าภาพ

           

คือวันนี้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งทำงานไม่ได้ เพราะเราไปเป็นองค์กรทั้งหมด มันพัวพันเรื่องสุขอนามัยคือเราไปผูกไว้กับกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสารตกค้างเราไปผูกกับ อย. ส่วนเรื่องการส่งออกเรื่องมาตรการทั้งหลาย จีนเวลาเขาประชุม เขาไม่ได้ประชุมกับ อย. แต่เขาไปประชุมกับกระทรวงเกษตร และมาตรการก็ออกมาผ่านกระทรวงเกษตร แต่กระทรวงพาณิชย์ก็เข้ามาพัวพันเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ทางที่จะทำให้กระทรวงพาณิชย์รับรู้ว่าการนำเข้าเป็นอย่างไร มองว่าต้องบูรณาการเป็นคณะทำงานขึ้นมา และการที่จะให้กระทรวงลิงก์กันได้หมด น่าจะเป็นหน้าที่ของสำนักนายกฯ มากกว่า หรือรองนายกฯ สักคนหนึ่งออกมาดูเรื่องนี้ แล้วต้องรีบทำ ถ้าไม่รีบทำ คิดว่าเราเหนื่อยแน่ เพราะมีเวลาเหลือไม่มาก และถ้าถึงวันนั้นอย่าคิดว่าจะไปไหนได้ ไม่มีใครช่วยได้ เพราะปริมาณของวันนึง 15-20 ล้านกิโลกรัม แล้วคนไทยจะกินหมดได้อย่างไร จะระบายอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้สุดท้ายถ้า 3 กระทรวงแก้ไม่ได้ ทางการทูตต้องทำงาน จะต้องเจรจาแบบไหน ซึ่งเราไปขอให้เขาผ่อนปรนในสิ่งที่เป็นอันตรายกับประชาชนจีน เขาก็ไม่ยอมหรอก

           

ดังนั้น เราจำเป็นต้องทำตัวเองให้ดีที่สุด และหน่วยงานของเราต้องทำงานได้เร็วกว่านี้ และบูรณาการได้ เชื่อว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ แต่ถ้าวันนี้ยังกลับบ้านก็กลับไม่ได้ จะออกไปก็ออกไม่พ้นประเทศ มาตรฐานของการตรวจก็ยังไม่สามารถเซ็ตลงมาแล้วเจรจากับจีนว่าเรื่อง 2PPM หรือต่ำกว่า 2PPM ทั้งหลายตอนนี้ ก็ยังไม่มีคนออกมาดู เพราะวันนี้เอาแค่เจ้าหน้าที่ที่เป็นแค่ผู้อำนวยการออกมาดูแล้วแก้ปัญหา คงแก้อะไรได้ไม่เยอะ เขาก็ทำสุดอำนาจเขาแล้ว ก็ต้องขึ้นไประดับอธิบดี ถึงกรม ถึงระดับกระทรวง และข้ามกระทรวง เป็นเรื่องอะไรที่คิดว่าจำเป็นมาก และต้องรีบทำ

 

สาร BY2 มันกินไม่ได้ มันเป็นสีย้อมผ้าใช่หรือไม่

           

มันเป็นสีย้อมผ้า ไม่มีใครนำมาใช้ในอาหารหรอก แต่วันนี้ที่เอามาใช้ในอาหารมันมีพวกสัปดนไง ก็คือทำให้มันสวย แวววาว เลยเอามาย้อม แต่จริงๆ แล้วประเทศไทยไม่เคยมีคนใช้ ต้องบอกว่ามีพ่อค้าจีนกลุ่มหนึ่งเข้ามา แล้วใช้สี แล้วปรากฏว่าตลาดจีนบอกว่ามันสวยแล้วรับได้ แถมได้ราคา ซึ่งวันนี้ถ้าพ่อค้าได้ราคา จะทำไหม ใครจะตายยังไม่รู้ คิดก่อนไหม ซึ่งการจุ่มก็คือจุ่มเฉพาะเปลือก และโดยทั่วไปจะไม่เข้าในเนื้อ แต่ถ้ามันเข้มข้นก็อาจจะเข้า และวันนี้ก็มีการพูดระบาดกันไปถึงว่า BY2 ไปอยู่ในสวน มันมั่วไปหมดแล้ว ดังนั้น ต้องมีหน่วยงานออกมา เป็นทีมที่จะต้องตอบทุกคำถามให้กับสังคมได้ ไม่ว่าไทยหรือจีน เราต้องเป็นหน่วยบูรณาการที่แข็งแรงและทำงานเร็วกว่านี้

           

ถ้าเรามีหน่วยงานที่ออกมาปุ๊บช่วยดูแล แล้วที่บอกว่ามันอยู่ในสวนไปพิสูจน์ 5-7 วันรู้เรื่อง มีหรือไม่มี แต่ตอนนี้ทำออกมาแล้ว เขาก็ยืนยันว่าไม่มี แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่เสียประโยชน์ คือเรื่องนี้ไม่ง่ายเหมือนที่เราคิด คือ BY2 มันคือสีย้อมผ้า ก็เลิกใช้สิ มันก็จบ แต่พอมีเรื่องโซเชียลก็เริ่มพูดให้มันสับสนวุ่นวาย งงไปหมด และคราวนี้ก็กลายเป็นว่า อะไรคือถูกอะไรคือผิด อะไรคือใช่ ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องให้หน่วยงานของรัฐออกมาอย่างแข็งแรงและบูรณาการร่วมกัน ออกข่าวให้ชัดเจน ไม่ต้องกลัวข่าว ต้องพูดชี้แจงออกไปตลอดเวลา ซึ่งเราจะให้แค่ผู้อำนวยการออกมาแล้วพูด แล้วใครจะฟังผู้อำนวยการ มันต้องระดับกระทรวงออกมา เป็นผู้ใหญ่ออกมาพูดอย่างชัดเจนเลย ตรงนี้สำคัญ

 

การส่งออกไปจีน จะเข้าไปด่านไหนของจีน

           

ตอนนี้ส่วนใหญ่ไปทางบก จะมีอยู่ 6 ด่าน ซึ่งด่านที่หนึ่งไปทางเชียงของไปด่านบ่อหาน ไปทางเชียงรายเข้าคุนหมิง ทางระหว่างไทยลาวคือผ่านลาว ส่วนเส้นทางที่สองคือทางรถไฟ คือออกจากหนองคายก็วิ่งไปเข้าด่านบ่อหาญ แล้วก็เข้าไปคุนหมิง สำหรับด่านที่ 3  คือด่านโหยวอี้กว่าน ออกจากนครพนมข้ามไปด่านโหยวอี้กว่าน ส่วนด่านที่สี่คือด่านตงซิง ข้ามไปผ่านเวียดนาม ด่านที่ 5 คือ ผิวเสียง คือด่านเข้าเวียดนามขึ้นรถไฟที่เวียดนามและไปที่จีน ส่วนด่านที่6  ด่านเหอโข่ว คือด่านที่อยู่ระหว่างเวียดนามกับคุนหมิงกับยูนาน

           

ส่วนทางเรือจะมีอยู่ด่านหนึ่งคือแหลมฉบังไปเข้าทางฮ่องกง ทางกวางโจว ตรงนั้นมีอยู่ 3-4 ท่าเรือ แต่ทุกวันนี้การใช้ด่านทางบกจะเยอะที่สุด ส่วนเรือจะช้าหน่อย

 

คู่แข่งเราอย่างเวียดนาม เจอปัญหา BY2 ด้วยไหม

           

แรกๆ เขาเจอกับเวียดนามก่อน ตอนหลังก็เจอกับเวียดนามเหมือนกัน คือวัฒนธรรมการค้าเดี๋ยวนี้มันเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่ว่าตรงไหนใช้ดี มันระบาดหมด BY2 มันเริ่มต้นที่เวียดนามแล้วก็ระบาดมาเมืองไทย และไทยก็ใช้ไปเหมือนกัน ขณะที่มาเลเซียเขาได้รับการยกเว้นเพราะเขาเป็นทุเรียนแช่แข็งกับทุเรียนสด แต่ในมาเลเซีย เขาไม่ต้องตรวจ BY2 เขาแค่ไปถึงจีนที่หน้าด่าน ก็สุ่มตรวจ BY2 เอาทุเรียนไปตรวจ แต่ตอนส่งออกไม่ต้องมีใบรับรองว่าปลอด BY2 มาเลเซียได้รับการยกเว้น

 

ทุกวันนี้การใช้สาร BY2 เกิดจากล้งจีนหรือพ่อค้าคนไทยเราทำ

           

ไม่ว่าจีนหรือไทยมันผสมกัน มันเหมือนกันหมด เจ้าของล้งเป็นคนไทย คนที่เอาเรื่องพวกนี้เข้ามาเป็นคนจีน ถามว่าใครทำ อย่างไรก็ตาม คืออย่างที่เสนอไปให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดนึงเพื่อบูรณาการให้ทำงานได้เร็วกว่านี้ ชัดเจนกว่านี้ ซึ่งทุกอย่างต้องจบก่อนสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และทางจีนเริ่มผ่อนผันให้ คือถ้าวันนี้เรายังไม่เริ่มต้นทำ พอเดือนมีนาคม ทางจีนก็ไม่มีทางผ่อนผันให้เรา คือพอเข้าวันที่ 15 เมษายนไปแล้วทุเรียนไทยต้นฤดูจะทะลักเข้าไปเต็มๆ และเดือนมีนาคมก็เริ่มต้นฤดูกาลทุเรียนพันธุ์เบา ไม่ว่าจะเป็นกระดุม ชะนี เดือนมีนาคมก็เริ่มทยอยออกแล้ว และอาจจะมีหมอนทองเล็กน้อย แต่พอเข้าวันที่ 15 เมษายนไปแล้วและเดือนพฤษภาคม ทุกอย่างจะออกมาหมดเลย ซึ่งถ้าเรายังไม่สามารถแก้พวกนี้ได้ เราเหนื่อยแน่

 

มีการประสานหรือทำหนังสือถึงทางการหรือยัง

             

เราประสานกันกับคนที่ทำงานระดับล่าง พวกผู้อำนวยการ ก็ประสานอยู่ แต่ความรวดเร็ว ความชัดเจน ยังไม่ได้ ซึ่งราคาตอนนี้อยู่ที่ 150-160 บาท สำหรับหมอนทองA, B ส่วน C อยู่ประมาณ 90-120 บาท ราคาพวกนี้ก็ยังดีอยู่ คนสวนยังกำไรเยอะอยู่ เดี๋ยวนี้จะบอกคนสวนยากจนไม่ได้แล้วนะ พ่อค้าอาจจะเป็นคนยากจนก็ได้ เพราะส่งไปแล้วถูกตีกลับ ตู้หนึ่ง 3-5 ล้าน เอาไปทิ้งหมด คนที่น่าสงสารตอนนี้คือพ่อค้าไม่ใช่คนสวน ถ้าไม่แก้ไขตรงนี้ จะไม่มีคนเข้ามาร่วมในกระบวนการซื้อขาย เหนื่อยนะ

 

Comentários


bottom of page