top of page
image.png

SFLEX เสิร์ฟผลงานปี 67 สุดปัง! กำไรแตะ 280 ลบ. พุ่ง 52% ทุบสถิติใหม่บอร์ดไฟเขียวควักเงิน 50 ลบ. เปิดโครงการ Treasury Stock พร้อมจ่ายปันผลเพิ่ม 0.073 บ./หุ้น ขึ้น XD 13 มี.ค. นี้


บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ หรือ (SFLEX) ไปกันต่อ! โชว์ผลงานปี 67 แข็งแกร่ง กำไร 280.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% ทำสถิติสูงสุดใหม่ และมีกำไรสุทธิโตต่อเนื่อง 9 ไตรมาสรวด จากการบริหารต้นทุนอย่างประณีตและขยายตลาดลูกค้าศักยภาพสูง ด้านบอร์ดอนุมัติโครงการซื้อหุ้น (Treasury Stock) เพื่อบริหารทางการเงินภายในวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท พร้อมใจดีจ่ายปันผลเป็นเงินสดเพิ่มเติม 0.073 บาท/หุ้น ฟากผู้บริหาร "ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี" แย้มอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจต้นน้ำ หนุนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองกับลูกค้าได้อย่างหลากหลายตามเมกะเทรนด์ใหม่ๆ ตั้งเป้ารายได้ปี 68 เติบโต 10% รับอานิสงส์อุตสาหกรรมอุปโภค-บริโภคขยายตัว จ่อรับรู้รายได้เต็มปีจากการลงทุนในเวียดนามและบริษัทร่วมทุน เสริมฐานกำไรให้เติบโตแข็งแกร่งในระยะยาว

           

ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (SFLEX) ผู้ผลิต และจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนชั้นนำในประเทศ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2567 ของบริษัทฯ มีรายได้รวม 1,898.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.3% เทียบปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,820.5 ล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้น  461.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% เทียบปีที่ผ่านมา ซึ่งมีกำไรขั้นต้น 429.8 ล้านบาท  หากพิจารณาในส่วนของกำไรสุทธิสำหรับปีถือเป็นการสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 280.8ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 52.4% เทียบปีที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 184.3 ล้านบาท

           

“ผลการดำเนินงานปี 2567 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตรากำไรขั้นตันและอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยการเติบโตของผลกำไรต่อเนื่อง 9 ไตรมาสติดต่อกัน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตด้วยความละเอียดรอบคอบ ทั้งในด้านการจัดหาวัตถุดิบ การทำสัญญาล่วงหน้า การพิจารณาแนวโน้มราคาและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยการเพิ่มทักษะและปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย ประกอบกับแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจมุ่งเน้นการขายสินค้าที่มีมูลค่าสูง และเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบรับเทรนด์ความยั่งยืน หรือแพคเกจจิ้งที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Recyclable) ให้มากยิ่งขึ้นตามเทรนด์ในปัจจุบัน”

           

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้น (Treasury Stock) เพื่อบริหารทางการเงินภายในวงเงินไม่เกิน 50,000,000 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 20,00,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 2.44% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

           

"โครงการซื้อหุ้นคืน ถือเป็นโครงการที่ดีในการบริหารสภาพคล่องให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ ยังมองว่าภาพรวมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้สินค้าอุปโภค-บริโภค อีกทั้งบริษัทฯ มีการปรับตัวและพัฒนาเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับเมกะเทรนด์บรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและสร้างความพึงพอใจสูงสุด ทำให้เชื่อมั่นว่าธุรกิจของ SFLEX จะขยายตัวได้อีกมากในอนาคต" ดร.สมโภชน์ กล่าว

           

นอกจากนี้ มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลประจำปี 2567 ในหุ้นละ 0.133 บาท เป็นเงิน 103.25 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท เป็นเงิน 46.58 ล้านบาท และครั้งนี้จะจ่ายเงินปันผลงวดเพิ่มเติมอีกหุ้นละ 0.073 บาท เป็นเงิน 56.67 ล้านบาท โดยกำหนดวันที่ 14 มีนาคม 2568 เป็นวัน Record Date และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 13 มีนาคม 2568 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลวันที่ 23 พฤษภาคม 2568

           

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10% จากปีก่อน โดยคาดว่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภค-บริโภค ซึ่งส่งผลให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น รวมถึง สามารถรับรู้ผลงานเต็มปีจากการลงทุนใน Starprint Vietnam JSC ที่ประเทศเวียดนาม และบริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด ซึ่งจะช่วยเสริมฐานกำไรของบริษัทเติบโตแข็งแกร่งและมอบผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว

           

ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลธุรกิจต้นน้ำ หลายประเภทเพื่อสามารถควบคุมกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้ความสำคัญทั้งด้านการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี รวมถึง Strategic Partner ซึ่งอาจนำไปสู่การร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน (Sustainability) และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ สร้างโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต 


 

 

Commentaires


bottom of page